อ่านหนังสือมีแต่สิ่งไม่ดีจริงหรือ

หลายคนไม่ได้ชอบการอ่านหนังสือแบบแต่ก่อนแล้ว ด้วยหลายเหตุผล ที่แน่นอนอันดับแรกก็คงจะเป็นเรื่องของการมีมือถือเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น เมื่อก่อนมีคำกล่าวว่าคนไทยอ่านหนังสือแค่ปีละ 7 บรรทัด ตอนนี้คงจะต้องลดลงสัก 2 บรรทัดเหลือเพียงแค่ 5 คงจะได้แล้ว เพราะความจริงแทบจะไม่ได้อ่านกันเลย บางครั้งเห็นเพียงแค่รูปก็ตัดสินความเป็นจริงกันหมดแล้ว ใช้สิ่งที่เห็นตรงหน้าแล้วทำการตัดสินใจแทนการอ่านทั้งหมด หลายคนก็เป็นพวกเกรียนแป้น เห็นคนแรกพิมพ์ด่าว่าเขาก็สาดยาวต่อกับเขาไปด้วย จนในที่สุดรู้ตัวอีกครั้งก็โดนหมายเรียกจากตำรวจเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
สมัยก่อนการอ่านหนังสือจัดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พ่อแม่สมัยก่อนจะพยายามชวนให้ลูกทำการอ่านหนังสือทุกอย่างที่เป็นสาระน่ารู้ แต่ก็ไม่ค่อยชอบนักที่ลูกจะทำการอ่านหนังสือการ์ตูนเพื่อการผ่อนคลาย จนทำให้เด็กในรุ่นนั้นกลายเป็นคนขาดความสนุกกับชีวิตไป แล้วพอโตขึ้นมาอีกระดับก็จะฉีกตัวออกจากสังคมแล้วเข้าหาสิ่งที่ตัวเองขาดหายไป จนกระทั้งหลงไปอยู่กับสิ่งเหล่านี้จนลืมตัวและทำผิดพลาดในชีวิตหลายต่อหลายอย่างเช่นกัน
การอ่านหนังสือตอนนี้กลายเป็นเรื่องประหลาดไปแล้ว ใครที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก็จะเรียกว่าเอาท์ เพราะเดี๋ยวนี้การจะอยู่ในสังคมได้จำต้องมีมือถือที่ราคาแพง รุ่นที่นิยม รุ่นใหม่ที่สุดได้ยิ่งดี มีความคิดว่าถ้าเรามีอะไรที่ใหม่และมีอะไรที่ดูดีในสังคมก็จะถือว่าสังคมยอมรับ แต่ใครที่หยิบหนังสือขึ้นมาจะดูว่าเอาท์และก็เชย ไม่ค่อยมีคนอยากจะคุย อยากจะคบหาด้วยเพราะคิดว่าคนเหล่านี้ยังติดอยู่ในโลกใบเดิม อยู่กับโลกที่ไม่มีคำว่าพัฒนา แต่ลืมไปหรือเปล่าความรู้ทั้งหมดมาจากหลายแหล่ง และหนังสือก็จัดเป็นแหล่งความรู้ที่ดีที่สุด ยิ่งผู้เขียนเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านนั้นแล้วได้นำเรื่องราวที่ตนเองประสบพบเจอมาเล่าสู่กันฟัง ยิ่งทำให้ความรู้เหล่านี้แน่นมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า
ในหนังสือนั้นผู้เขียนที่ดีจะไม่ได้บอกถึงความสำเร็จแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่จะกล่าวถึงเรื่องราวระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมาย สิ่งที่ต้องพบเจอ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะในชีวิตจริงเมื่อเราจำเป็นต้องเลือกทางเดินทางใดทางหนึ่งย่อมต้องมองเป้าหมาเป็นหลักแต่ก็ลืมไปว่าระหว่างทางที่เดินไปนั้น มีสิ่งต่างๆ รออยู่มากมาย ถ้าเราไม่มีความรู้มีภูมิคุ้มกันในเส้นทางนี้ไว้บ้าง เมื่อเจอกับปัญหาแน่นอนว่าคุณจะล้มแล้วจะไม่ลุกขึ้นมาสู้อย่างแน่นอน หนังสือที่ได้เขียนจากผู้รู้จริงย่อมมีประโยชน์มากมายเกินกว่าที่หลายคนหลงไปกับคำโฆษณาจากอินเตอร์เน็ตที่ใครก็ไม่รู้เป็นผู้เขียนและไม่กล้าเปิดตัวว่าตัวคนเขียนนั้นเป็นใคร
หนังสือก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีอย่างเดียว สำหรับผู้ที่รักการอ่านก็เคยได้กล่าวไว้ว่าหนังสือบางอย่างก็ทำให้คนนั้นเข้าใจผิดแล้วก็ทำให้หลายๆ คนเปลี่ยนความคิดเป็นความรู้สึกไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็มี ถ้าจะบอกข้อเสียของหนังสือมีอะไรบ้างก็ลองมาดูว่ามีคนเคยบอกว่าหนังสือนั้นไม่ดีตรงไหนกันดู
ข้อเสียของการอ่านหนังสือที่เคยมีคนพูดไว้
1.อ่านหนังสือผิดชีวิตเปลี่ยน
หลายคนหลงการอ่านหนังสือแนว นวนิยายทำให้ความคิดเริ่มที่จะมองเห็นภาพที่ตนเองอยากจะเป็นแบบในนิยายตลอดเวลา อย่างเช่นมีคนจีนที่อ่านนิยายกำลังภายในอย่างต่อเนื่องแล้วก็คิดว่าตนเองน่าจะมีพลังอย่างในนิยายบ้างก็ทำการฝึกตนเป็นจริงจังแล้วก็ไปท้าทายกับผู้คนเพื่อจะได้ลองวิชาที่ตนเองฝึกมาสุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องเป็นราว และต้องรักษาอาการทางจิตกันไป
2.อ่านจนกลัวและไม่กล้าไปเจอเรื่องราวแบบนั้น
หลายคนที่อ่านเรื่องราวที่น่ากลัว อย่างการอ่านหนังผี การอ่านสิ่งที่ลีลับ และเริ่มเข้าถึงว่าความมืดคืออันตรายที่สุด ไม่ว่าที่ไหนมืดก็จะมีสิ่งลี้ลับอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ตัวเองได้รับการแนะนำจากเพื่อนว่าถ้าเป็นคนกลัวผีให้ลองอ่านหนังสือผีดูแล้วจะดีขึ้น แต่ก็ดันไปอ่านหนังผีที่เป็นเรื่องที่น่ากลัวแทนที่จะไปอ่านว่าสิ่งลี้ลับเหล่านี้คืออะไรสุดท้ายจากคนที่กลัวผี กลายเป็นหนักกว่าเดิมกลายเป็นคนที่กลัวความมืดเพิ่มเข้าไปอีก
หลักๆแล้วการอ่านหนังสือในสิ่งที่เขาว่าไม่ดีนั้น คงจะมีเพียงเรื่องเดียวนั้นคือ การอ่านในที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอทำให้เสียสายตาได้อย่างง่ายๆ ไม่สายตาสั้นก็สายตาเอียง นอกเหนือจากนั้น ก็จะมีการอ่านเรื่องที่ไม่จริงเป็นเรื่องที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อสร้างความเสียหายให้กับคนใดคนหนึ่งหรือเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ลักษณะแบบนี้จัดว่าเป็นข้อความที่ไม่สร้างสรรค์ทำให้คนที่ไม่เข้าใจการอ่านก็จะหลงเชื่อได้ง่าย ยิ่งถ้าเคยได้ฟังเรื่องเล่ามาจากใครสักคนก่อน แล้วได้มาอ่านข้อความเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้หลงเชื่อเข้าไปอีก
หนังสือไม่เคยที่จะทำร้ายใคร มีแต่ให้ประโยชน์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เชื่อได้เลยว่าหลายคนที่เป็นคนรักการอ่านอยู่แล้วจะเข้าใจการอ่านได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจการอ่านอย่างแท้จริง ลองเข้ามาศึกษาด้วยตัวเองแล้วจะรู้ความจริงของการอ่านให้อะไรกับคุณบ้าง